แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ceetanchanok

หน้า: [1]
1
หลายคนคงประสบปัญหาคล้ำใต้ตา ร่องลึก ดูโทรมไม่สดใส หรือดูเหมือนอดนอนหลายวันติดต่อกัน ฟิลเลอร์ใต้ตาจึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพื่อเติมเต็มและทำให้หน้าดูเด็กลงรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด เสียเวลาพักฟื้น แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีแค่ไหน? มาหาคำตอบกัน!

ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยให้หน้าเด็กได้อย่างไร?
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาการใบหน้าดูโทรม ดวงตาดูเหนื่อยล้า และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาบนใบหน้าในหลาย ๆ ด้านดังนี้
  • เติมเต็มร่องใต้ตา – ฟิลเลอร์จะช่วยเติมร่องใต้ตาที่ลึกลง ทำให้หน้าไม่ดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย
  • ลดเงาคล้ำใต้ตา – การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาผิวจะดูสว่างขึ้น ลดเงาคล้ำที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกใต้ตาหรือการลดลงของไขมัน
  • ทำให้ใบหน้าดูสมดุล – เมื่อใต้ตาดูเต็มขึ้น หน้าจะมีมิติ ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างชัดเจน

การเติมเต็มร่องใต้ตาไม่เพียงแต่ทำให้ตาดูสดใสขึ้น แต่ยังช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและดูมีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์โดยรวมของใบหน้าให้ดูสดใสขึ้นได้ทันที

ผลลัพธ์ที่ได้หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • หลังทำทันที – หลังฉีด ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มใต้ตาทันที อาจมีอาการบวมและตึงเล็กน้อยตามธรรมชาติ แต่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • 1-2 สัปดาห์ – ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเริ่มเข้าที่และเห็นผลชัดเจนมากขึ้น ผิวใต้ตาจะเรียบเนียนขึ้น เงาคล้ำลดลง
  • 3 เดือนขึ้นไป – ฟิลเลอร์จะยังคงทำงานอยู่ และสามารถอยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำ

ฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและคุ้มค่า ถ้าดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ผลลัพธ์หลังทำที่ได้จะยั่งยืนและไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ

ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ก่อนที่จะตัดสินใจฟิลเลอร์ใต้ตาควรพิจารณาปัจจัยเบื้องต้นดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • เลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสม – ฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับใต้ตาควรเลือกประเภทที่เนื้อนุ่มและไม่แข็งเกินไป เพื่อลดโอกาสเกิดก้อนหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ว่ามีความปลอดภัย สามารถสลายหมดไปเองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
  • เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ – การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือ การทำงานในบริเวณที่บอบบาง ดังนั้นต้องเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มีตัวตนจริง และมีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่สำคัญต้องมีประสบการณ์ด้านฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน – ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าคลินิกที่เลือกได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสั่งซื้อฟิลเลอร์จากบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยตรง เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในคุณภาพ

การเลือกคลินิกที่ดีและแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นปลอดภัยและเป็นธรรมชาติที่สุด

วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
การดูแลหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นสำคัญมาก เพื่อให้ฟิลเลอร์อยู่ได้ยาวนานและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรง ๆ – หลังฉีดควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์
  • ลดแอลกอฮอล์และบุหรี่ 1 สัปดาห์ – แอลกอฮอล์และบุหรี่สามารถทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอย่างน้อยในช่วงสัปดาห์แรกหลังการฉีด
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ – การดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ดูฟูเต็มและเป็นธรรมชาติ
  • งดทานอาหารหมักดอง 1 สัปดาห์ – เพื่อเลี่ยงการติดเชื้อและบวม

รีวิวจากผู้ใช้จริงหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • "หลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตารู้สึกว่าผิวใต้ตาดูสดใสและเติมเต็มขึ้นมาก ไม่เหมือนก่อนหน้านี้เลย"
  • "ตอนแรกกลัวว่าจะบวม แต่แค่ 2-3 วันก็หายไปหมด ใต้ตาดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งหรือเป็นก้อน"
  • "ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ผลลัพธ์ยังคงดีอยู่ ร่องใต้ตาดูเต็มและสดใสขึ้นจริง ๆ"

สรุป การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยให้หน้าเด็กลงจริงไหม?
  • ลดร่องใต้ตาและคล้ำได้ดี – ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยให้ใต้ตาดูเต็มขึ้นและสว่างขึ้น ดูไม่เหนื่อยล้าและสดใสขึ้น
  • ดูเป็นธรรมชาติ – ฟิลเลอร์ใต้ตาทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเป็นธรรมชาติ หากฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์

2
หลายคนที่มีปัญหาถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำใต้ตา มักจะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับวิธีการแก้ไข ซึ่งมีทางเลือกหลักสองวิธีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ฟิลเลอร์ใต้ตา และ การผ่าตัดถุงใต้ตา แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัญหาที่คุณเผชิญและเป้าหมายที่ต้องการ ดังนั้นการเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก

ฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในผิวหนังใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึก ลดรอยคล้ำและถุงใต้ตา และช่วยให้ดวงตาดูสดใสและกระชับขึ้น Filler ที่ใช้ทั่วไปประกอบด้วยสาร กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติในผิวหนังของเรา ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่น


ข้อดีของฟิลเลอร์ใต้ตา
1. ไม่ต้องผ่าตัด : Filler ไม่ต้องใช้การผ่าตัด ทำให้กระบวนการไม่เจ็บปวด และมีระยะเวลาฟื้นตัวที่สั้นมาก
2. ผลลัพธ์รวดเร็ว : ผลลัพธ์ที่ได้จาก Filler สามารถเห็นได้ทันทีหลังการทำเสร็จ
3. ปรับได้ตามต้องการ : หากคุณไม่พอใจกับผลลัพธ์หรืออยากปรับปรุงเพิ่มเติม สามารถเติม Filler ใหม่ได้ในภายหลัง
4. เหมาะสำหรับปัญหาน้อย : Filler เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำเล็กน้อย


ข้อเสียของฟิลเลอร์ใต้ตา
1. ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร :  Filler มีอายุการใช้งานประมาณ 6-12 เดือน หลังจากนั้นจะต้องเติม Filler ใหม่
2. ไม่สามารถรักษาปัญหาที่รุนแรงได้ : ถ้าปัญหาถุงใต้ตามีขนาดใหญ่หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก Filler อาจไม่ได้ผลดีเท่าที่คาดหวัง


การผ่าตัดถุงใต้ตา
การผ่าตัดถุงใต้ตา หรือที่เรียกกันว่า blepharoplasty เป็นการผ่าตัดเพื่อเอาถุงไขมันใต้ตาออก หรือปรับแต่งผิวหนังที่หย่อนคล้อย โดยสามารถทำได้ทั้งในกรณีที่มีถุงใต้ตาชัดเจนหรือการที่มีรอยคล้ำที่เกิดจากการหย่อนของผิวหนัง


ข้อดีของการผ่าตัดถุงใต้ตา
1. ผลลัพธ์ถาวร : การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ถาวร สามารถกำจัดถุงใต้ตาหรือผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกได้อย่างถาวร
2. เหมาะกับปัญหาที่รุนแรง : การผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่มีถุงใต้ตาหรือผิวหนังใต้ตามาก ซึ่ง Filler อาจไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. แก้ไขหลายปัญหาในครั้งเดียว : นอกจากการกำจัดถุงใต้ตาแล้ว การผ่าตัดยังช่วยปรับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น


ข้อเสียของการผ่าตัดถุงใต้ตา
1. กระบวนการยุ่งยากและเจ็บปวด : การผ่าตัดต้องใช้เวลาฟื้นตัวและมีความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น การติดเชื้อ หรือการบวมช้ำ
2. ค่าใช้จ่ายสูง : การผ่าตัดถุงใต้ตามักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำฟิลเลอร์
3. ใช้เวลาฟื้นตัว : หลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้นและหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางประเภทในช่วงแรก เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ


การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับคุณ
1. ฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำที่ไม่รุนแรง
  • ผู้ที่ไม่อยากทำการผ่าตัดและต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

การผ่าตัดถุงใต้ตา เหมาะสำหรับ
  • ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหรือผิวหนังหย่อนคล้อยมาก ซึ่ง Filler ไม่สามารถแก้ไขได้
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและยาวนาน
  • ผู้ที่ไม่กลัวการผ่าตัดและพร้อมที่จะใช้เวลาในการฟื้นตัว

สรุป
การเลือกวิธีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับปัญหาของคุณและความต้องการในระยะยาว หากคุณมีปัญหาถุงใต้ตาหรือรอยคล้ำที่ไม่รุนแรง ฟิลเลอร์ใต้ตาอาจเป็นทางเลือกที่ดีเพราะกระบวนการง่ายและไม่ต้องพักฟื้นมากนัก แต่หากคุณมีปัญหาถุงใต้ตาที่มีขนาดใหญ่หรือผิวหนังที่หย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด การผ่าตัดถุงใต้ตาอาจเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในกรณีนี้

ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพของผิวและความต้องการของคุณมากที่สุดครับ

3
ในยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบและไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบาย การดูแลตัวเองและปกป้องผิวจากแสงแดดก็ไม่ควรละเลย แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่หรือซับซ้อนอาจทำให้สาวๆ หลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและไม่สะดวก นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ ครีมกันแดด 7 11 กลายเป็น คู่หูที่ต้องมีในกระเป๋าของสาวยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งความสะดวกและการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพในทุกที่ทุกเวลา

1. สะดวกพกพา ง่ายต่อการใช้งาน
สำหรับสาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ครีมกันแดด ซอง คือ คำตอบที่ลงตัว ด้วยขนาดที่ พกพาง่าย คุณสามารถเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ หรือแม้แต่กระเป๋ากางเกงได้อย่างสะดวกสบาย ทุกครั้งที่คุณเดินทางไปทำงาน เที่ยว หรือแม้แต่การออกกำลังกายกลางแจ้ง คุณก็สามารถหยิบครีมกันแดดออกมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพะวงกับขนาดของผลิตภัณฑ์ขวดใหญ่หรือมีขนาดเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ การบรรจุในรูปแบบซองยังช่วยให้สาวๆ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการใช้งานในปริมาณที่มากเกินไป เพราะแต่ละซองบรรจุ ปริมาณที่พอดี สำหรับการทาครั้งเดียว ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องเสียดายหรือทิ้งส่วนที่เหลืออีกมากเหมือนกับการใช้ขวด

2. ปกป้องผิวจากรังสี UV แบบครบวงจร
การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในชีวิตประจำวัน เพราะ รังสี UVA และ UVB จากแดดนั้นสามารถทำร้ายผิวได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยอาจทำให้เกิดฝ้า กระ ริ้วรอย และมะเร็งผิวหนังได้ในอนาคต

ครีมกันแดดจาก L'Oréal Paris ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การปกป้องผิวจากแสงแดดอย่าง มีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้าหรือเหนียวเหนอะหนะ เนื้อครีมบางเบา ซึมซาบเร็ว ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดตลอดทั้งวัน ด้วย SPF 50+ และ PA+++ ครีมกันแดดจาก L'Oréal Paris จึงมีความสามารถในการ ป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องเผชิญกับแดดในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือการใช้ชีวิตในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศ

3. คุ้มค่าด้วยราคาและคุณภาพ
แม้จะเป็นครีมกันแดดที่มีขนาดซองเล็ก แต่ ครีมกันแดดจาก L'Oréal Paris ก็ยังคงให้ ประสิทธิภาพในการปกป้องผิว ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะสาวๆ ที่ต้องการปกป้องผิวจากแสงแดดในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

ราคาของครีมกันแดดซองไม่แพงเกินไป ทำให้คุณสามารถซื้อเก็บไว้หลายซองได้โดยไม่ต้องกังวลกับราคา คุณสามารถใช้มันในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือการทาเมื่อออกไปพบปะผู้คนข้างนอก

4. เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์
ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris ไม่ได้เหมาะแค่กับสาวๆ ที่ทำงานออฟฟิศหรือสาวๆ ที่ต้องการปกป้องผิวจากแดดในชีวิตประจำวัน แต่ยังเหมาะสำหรับ สาวๆ ที่รักการออกกำลังกาย หรือ ท่องเที่ยวกลางแจ้ง ด้วยฟอร์มูลาที่ไม่เหนียวเหนอะหนะและความสามารถในการทนต่อเหงื่อ ทำให้สามารถปกป้องผิวได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งในสวนสาธารณะ การเดินเล่นริมชายหาด หรือการท่องเที่ยวในที่ที่แดดร้อน การพกครีมกันแดดซองไว้ในกระเป๋า จะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจในทุกสถานการณ์ การทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดดจะช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสี UV ที่สามารถทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดปัญหาผิวได้

5. มอบความสดชื่นและการบำรุงให้ผิว
ไม่เพียงแค่ปกป้องผิวจากแสงแดด ครีมกันแดดหน้า ยังช่วยให้ผิวของคุณรู้สึก สดชื่นและชุ่มชื้น ด้วยเนื้อครีมที่บางเบาและไม่หนักหน้าหลังจากการทา ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีและกระจ่างใส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่สาวๆ ยุคใหม่ต้องการในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

สรุป
ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris และแบรนด์อื่น ๆ คือ คู่หูที่ต้องมีในกระเป๋าของสาวยุคใหม่ ที่ไม่เพียงแต่ช่วย ปกป้องผิวจากแสงแดด อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีความสะดวกในการพกพา ใช้งานง่ายและคุ้มค่า เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสาวๆ ที่ต้องการดูแลผิวให้สวยใสและปลอดภัยจากรังสี UV ในทุกวัน ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน หรือออกไปท่องเที่ยว ลองพกครีมกันแดดซอง แล้วคุณจะรู้ว่าการปกป้องผิวจากแดดไม่เคยง่ายและสะดวกขนาดนี้มาก่อน!

4
ตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์ชะลอวัย เปิดเผยความลับสู่สุขภาพที่ดีกว่า

การตรวจสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์ชะลอวัย นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป แต่จะเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของร่างกาย เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจนำไปสู่โรคเรื้อรัง และวางแผนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น
โดยทั่วไป การตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับเวชศาสตร์ชะลอวัย จะครอบคลุมไปถึง

  • การตรวจเลือด
    • ระดับฮอร์โมน : ตรวจวัดระดับฮอร์โมนต่างๆ เช่น ฮอร์โมนเพศชาย เพศหญิง ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนความเครียด เพื่อประเมินความสมดุลของระบบฮอร์โมนในร่างกาย
    • วิตามินและแร่ธาตุ : ตรวจวัดระดับวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น วิตามินดี วิตามินบี 12 เหล็ก เพื่อดูว่าร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่
    • ไขมันในเลือด : ตรวจวัดระดับไขมันชนิดต่างๆ ในเลือด เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
    • ระดับน้ำตาลในเลือด : ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
    • การทำงานของตับและไต : ตรวจวัดค่าการทำงานของตับและไต เพื่อประเมินสุขภาพของอวัยวะสำคัญทั้งสอง
    • สารต้านอนุมูลอิสระ : ตรวจวัดระดับสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อประเมินความสามารถของร่างกายในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของเซลล์
  • การตรวจปัสสาวะ : ตรวจหาความผิดปกติของไตและทางเดินปัสสาวะ
  • การตรวจอุจจาระ : ตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) : ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อประเมินสุขภาพของหัวใจ
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ : ตรวจอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ม้าม ตับอ่อน ถุงน้ำดี
  • การตรวจเอกซเรย์ : ตรวจหาความผิดปกติของกระดูกและอวัยวะภายใน
  • การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก : เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน
  • การตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย : เพื่อประเมินมวลกล้ามเนื้อ ไขมัน และน้ำในร่างกาย
  • การตรวจวัดความยาวของเทโลเมียร์ : เทโลเมียร์คือปลายโครโมโซมที่สั้นลงตามอายุ การตรวจวัดความยาวของเทโลเมียร์สามารถบ่งบอกอายุทางชีวภาพของเราได้

นอกจากนี้ ยังอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
  • การตรวจระดับฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิง : เพื่อประเมินสมรรถภาพทางเพศและสุขภาพของระบบสืบพันธุ์
  • การตรวจหาสารพิษในร่างกาย : เช่น โลหะหนัก สารเคมี
  • การตรวจพันธุกรรม : เพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคต่างๆ

ผลดีของการตรวจสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์ชะลอวัย
  • รู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น : เข้าใจสภาพร่างกายของตัวเองในปัจจุบัน
  • วางแผนการดูแลสุขภาพในระยะยาว : ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม
  • ป้องกันโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ : ตรวจพบความผิดปกติและรักษาได้ทันท่วงที
  • เพิ่มคุณภาพชีวิต : มีสุขภาพที่ดี อายุยืน และมีความสุขกับชีวิต

หากคุณสนใจที่จะตรวจสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์ชะลอวัย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกโปรแกรมการตรวจที่เหมาะสมกับคุณที่สุด




5
รีวิวแป้งพัฟและมาสคาร่าจากลอรีอัล คู่หูเพื่อผิวสวยเป๊ะและขนตาเด้งโดนใจสาวไทย

ถ้าพูดถึงการแต่งหน้าในสภาพอากาศของบ้านเรา ที่ทั้งร้อน ทั้งชื้น และต้องเจอมลภาวะทุกวัน เครื่องสำอางที่ตอบโจทย์คนไทยจึงต้องมีคุณสมบัติครบครัน ทั้งความติดทน กันน้ำกันเหงื่อ และต้องเบาสบายผิวด้วย วันนี้เราขอแนะนำ 2 ไอเท็มเด็ดจาก L’Oréal Paris ที่บอกเลยว่าเกิดมาเพื่อสาวไทยโดยเฉพาะ นั่นก็คือ Infallible 24H Fresh Wear Foundation in a Powder และ Lash Paradise Waterproof Mascara

แป้งพัฟ  Infallible 24H Fresh Wear Foundation in a Powder ต้องขอปรบมือให้กับลอรีอัลรัว ๆ เพราะแค่เห็นคำว่า Infallible ก็คาดหวังได้เลยว่าความติดทนของเขาไม่มีหลุดแน่นอน และหลังจากลองใช้ ขอยืนยันว่าความคาดหวังนี้ไม่ได้เกินจริงเลยค่ะ สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อใช้แป้งพัฟตัวนี้คือเนื้อแป้งที่บางเบามาก แต่ปกปิดดีเยี่ยม ช่วยอำพรางรูขุมขน รอยสิว หรือจุดด่างดำได้เนียนสนิทโดยไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลยค่ะ ที่สำคัญคือเนื้อแป้งมีความเนียนละเอียดจนกลืนไปกับผิวหน้า ไม่ทำให้หน้าดูหนาเหมือนโบกปูน

ในวันที่ต้องออกไปลุยอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย ความรู้สึกมัน ๆ เยิ้ม ๆ บนใบหน้าคงเป็นสิ่งที่สาว ๆ ไม่อยากเจอ ซึ่งแป้งตัวนี้ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ดีมากค่ะ เหงื่อออกแค่ไหนก็ไม่หลุด ไม่เป็นคราบ แถมยังไม่ต้องเติมแป้งระหว่างวันเลย ส่วนเฉดสีของแป้งตัวนี้มีให้เลือกหลากหลาย แต่สี 20 Ivory ถือว่าเหมาะกับสาวไทยที่มีผิวโทนขาวเหลืองมากที่สุดค่ะ สีไม่ลอย ไม่วอก และยังช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมออีกด้วย

ถัดมาเป็น มาสคาร่า Lash Paradise Waterproof Mascara ที่สาว ๆ หลายคนต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาบ้างแล้ว เพราะตัวนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องการทำให้ขนตาหนาและยาวแบบสะพรึง ใครที่อยากได้ลุคขนตาแน่นเด้งเหมือนติดขนตาปลอมต้องลองเลยค่ะ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือขนแปรงที่มีความนุ่มและหนา ช่วยให้เนื้อมาสคาร่าเคลือบขนตาได้อย่างทั่วถึง แม้แต่เส้นที่สั้นหรืออยู่มุมในของดวงตาก็ไม่รอดค่ะ ที่สำคัญคือเนื้อมาสคาร่าไม่จับตัวเป็นก้อน ทำให้ขนตาดูเรียงเส้นสวยงามมาก เนื่องจากเป็นสูตรกันน้ำ ต่อให้ร้องไห้หรือโดนน้ำสาด มาสคาร่าตัวนี้ก็ไม่มีหลุด ไม่มีแพนด้าให้เสียลุคแน่นอนค่ะ เหมาะมากกับสาวไทยที่ต้องเผชิญอากาศร้อนชื้นหรือต้องแต่งหน้าไปออกงานยาว ๆ ปัด Lash Paradise Waterproof Mascara ไปแล้ว ขนตาดูยาวและหนาขึ้นทันทีโดยไม่ต้องปัดซ้ำหลายรอบเลยค่ะ และถึงแม้ว่าขนตาจะดูฟูฟ่องขนาดนี้ แต่ตัวเนื้อมาสคาร่ากลับเบาสบาย ไม่ทำให้รู้สึกหนักตาเลย เหมาะกับทุกลุค ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นลุคใส ๆ ไปทำงานหรือจัดเต็มไปปาร์ตี้ ตัวนี้ก็เอาอยู่ค่ะ แค่เพิ่มเลเยอร์ตอนปัดก็ช่วยปรับลุคให้ดูโดดเด่นขึ้นทันที

6
5 วิธีดูแลผิวหน้าช่วงปีใหม่ ให้สวยใส ไร้สิว รอยแดง

สิ้นปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยผิวหน้าที่สวยใสไร้ที่ติ ไร้สิวอุดตัน! ใครอยากมีผิวสวยปังรับปีกระต่าย ต้องห้ามพลาดบทความนี้ค่ะ วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับ 5 วิธีดูแลผิวหน้าให้สวยใส ไร้สิว รอยแดง เพื่อให้คุณพร้อมมั่นใจออกงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่า และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยผิวหน้าที่สดใสเปล่งปลั่ง โดยจะใช้เป็นครีมซองเซเว่น หรือแบบขวดเลยก็ได้หมด

1. ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก

ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ทำไมถึงสำคัญ นึกภาพผิวหน้าเราเป็นกระจกที่สะสมฝุ่นละอองและคราบไขมันตลอดวัน การทำความสะอาดก็เหมือนการเช็ดกระจกให้ใส วิธีนี้ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน ซึ่งเป็นต้นเหตุของสิว
  • เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ : หลีกเลี่ยงสบู่ที่ทำความสะอาดรุนแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง ลองใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน หรือคลีนซิ่งบาล์มที่ช่วยละลายเมคอัพได้ดี
  • วิธีทำ : ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน นวดเบาๆ เป็นวงกลม แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น พร้อมบำรุงด้วยไฮยาลูรอนิก แอซิด
2. บำรุงด้วยไฮยาลูรอน
  • ทำไมถึงสำคัญ : ก็เพราะว่าไฮยาลูรอนิก แอซิด เหมือนสปริงที่ดึงดูดและกักเก็บน้ำไว้ในผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ริ้วรอยดูจางลง และยังช่วยให้รอยแดงจากสิวหายเร็วขึ้นด้วย แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ เซรั่มหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก แอซิดเป็นตัวเลือกที่ดี
  • วิธีใช้ : ทาหลังทำความสะอาดผิว ทาทั่วใบหน้าและลำคอ
3.ใช้เซรั่มลดรอยสิว:
  • ทำไมถึงสำคัญ : เซรั่มลดรอยสิวมีส่วนผสมเข้มข้นที่ช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำ และรอยสิว ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • เลือกผลิตภัณฑ์ : เลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี นิอาซินาไมด์ หรือสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น อาร์บูติน
  • วิธีใช้ : ทาเซรั่มหลังจากใช้โทนเนอร์และก่อนทาครีมบำรุง
4.ป้องกันแสงแดด
  • ทำไมถึงสำคัญ : แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดรอยแดง และเร่งให้รอยสิวเข้มขึ้น
  • วิธีป้องกัน :
    • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน แม้ในวันที่ไม่มีแดด
    • สวมหมวกและแว่นกันแดดเมื่อออกไปกลางแจ้ง
    • หลีกเลี่ยงการออกไปกลางแดดแรงๆ ในช่วงเวลา 10.00-14.00 น.
5.พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทำไมถึงสำคัญ : ระหว่างที่เรานอนหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย ทำให้ผิวดูสดใสและเปล่งปลั่ง
  • วิธีทำ :
    • พยายามนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
    • สร้างบรรยากาศในห้องนอนให้อบอุ่น สบาย และมืดสนิท
เคล็ดลับดูแลผิวเพิ่มเติม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : น้ำช่วยพาเอาสารอาหารไปเลี้ยงผิวและขับของเสียออกจากร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : ผัก ผลไม้ และโปรตีนช่วยให้ผิวแข็งแรงจากภายใน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ผิวดูสดใส
  • ลดความเครียด : ความเครียดเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวได้ ด้วยวิธีการดูแลผิวหน้าเหล่านี้ รับรองว่าคุณจะมีผิวหน้าที่สวยใสเปล่งประกายต้อนรับปีใหม่แน่นอนค่ะ
  • ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง : หากมีปัญหาสิวรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง
  • อย่าบีบสิว : การบีบสิวอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้นและเกิดรอยแผลเป็น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง : เช่น สบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสี
การดูแลผิวหน้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ อย่าเพิ่งท้อแท้หากยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการนะคะ

7
สิวเห่อ! ใครว่าจะหายขาด มาดูของดีที่ช่วยเราได้ดีกว่า

สวัสดีค่าทุกคน! วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับผิวใสไร้สิวแบบไม่กั๊กกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิวเหมือนเราเมื่อก่อน รับรองว่าบทความนี้มีคำตอบให้แน่นอนค่ะ เพราะเราเคยเป็นคนหนึ่งที่สิวเห่อหนักมาก จนรู้สึกท้อแท้ แต่พอได้เจอ 4 ไอเทมเด็ดนี้ ชีวิตเปลี่ยนไปเลย!

ทำความรู้จักกับ 4 ตัวช่วยที่เปลี่ยนชีวิตเรา
  • ไบรท์ คอมพลีท วิตามินซี บูสเตอร์ เซรั่ม:เซรั่มลดรอยสิวตัวนี้เป็นเหมือนวิตามินผิวเลยค่ะ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นอีกด้วย วิตามินซีเข้มข้นแต่ไม่ทำให้ผิวระคายเคืองเลยค่ะ
  • ไบรท์ คอมพลีท โอเวอร์ไนท์ บูสเตอร์ เซรั่ม:ตัวนี้เป็นเหมือนหมอผิวส่วนตัวที่คอยซ่อมแซมผิวให้เราตอนนอนค่ะ ช่วยลดการอักเสบของสิว ลดรอยแดง และยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอีกด้วย ตื่นเช้ามาผิวดูสดใส อิ่มน้ำ
  • Calendula Herbal-Extract Toner: โทนเนอร์ตัวนี้สกัดจากดอกคาเลนดูล่า ช่วยปลอบประโลมผิว ลดรอยแดงจากสิว และยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้ดีอีกด้วย ผิวรู้สึกสะอาด สบายผิว
  • EFFACLAR SERUM: เซรั่มลดสิว ตัวนี้เป็นเซรั่มเนื้อบางเบา ซึมเร็ว ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ลดสิวอุดตัน และสิวอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

ทำไมเราถึงหลงรัก 4 ตัวนี้?
  • ผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง:หลังจากใช้มาสักพัก ผิวหน้าเราดีขึ้นมาก รอยสิวจางลง ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น รู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
  • เนื้อสัมผัสดี:ผลิตภัณฑ์ทุกตัวมีเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว
  • อ่อนโยนต่อผิว:เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • คุ้มค่ากับราคา:ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป

เคล็ดลับการดูแลผิวเพิ่มเติม
นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว การดูแลผิวจากภายในก็สำคัญเช่นกัน ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ดูนะคะ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ:ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและขับของเสียออกจากร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ:การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด:อาหารรสจัดอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้
  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี:ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน

สรุป
ปัญหาสิวอาจทำให้เราขาดความมั่นใจ แต่ด้วย 4 ไอเทมเด็ดที่เราแนะนำ และการดูแลผิวอย่างถูกวิธี เราเชื่อว่าทุกคนจะสามารถมีผิวหน้าที่สวยใสไร้สิวได้เช่นกันค่ะ

8
แนะนำลิปสติกสำหรับสาวผิวแทนที่ทาแล้วรอด ไม่ดูป่วยช่วยขับผิว

ปัจจุบันลิปสติกและเครื่องสำอางนั้นมีหลากหลายเฉดสีมากๆ ให้เราได้เลือกใช้ตามความชอบ แต่การเลือกสีลิปสติกและเครื่องสำอางให้เหมาะกับโทนสีผิวของตัวเองนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะช่วยให้เราเลือกใช้เฉดสีเครื่องสำอางชิ้นอื่นๆ ได้ง่ายมากขึ้นและไปในทิศทางเดียวกัน แล้วโทนสีนั้นๆจะยังช่วยเสริมให้ใบหน้าของเราดูโดดเด่นขึ้น ใบหน้าสว่างขึ้น และช่วยทำให้เราแลดูมีผิวสุขภาพดีอีกด้วย วันนี้จึงขอเอาใจสาวๆผิวแทน ด้วยการแนะนำสีลิปสติกที่คัดาแล้วว่าเหมาะสมกับโทนสีผิว เพื่อให้สาวๆได้เลือกใช้ตามโอกาส พร้อมช่วยขับผิวให้ดูสดใส ไม่ให้หน้าดูหมอง จนเพื่อนทักว่าป่วย

เริ่มที่สีชมพูนู้ด สุภาพ ไม่ป่วย เสริมความมั่นใจ ช่วยให้ใบหน้าดูโดดเด่นกับ ลิปสติก คัลเลอร์ริช อินเทนซ์ วอลุ่ม แมท ของ L'OREAL PARIS สี 129 เป็นลิปสติกเนื้อแมทนุ่ม สัมผัสบางเบา ที่ติดทนยาวนานถึง 16 ชั่วโมง ช่วยให้ปากดูชุ่มชื้นอวบอิ่มด้วยไฮยาลูโรนิค แอซิด ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ปากดูมีมิติทันทีที่ใช้ เนื้อลิปสติกแน่น สีสวยชัด ไม่ตกร่อง ทาแล้วปากไม่แห้งลอกแน่นอน ลิปสติกมีขนาดเล็กเพรียวบาง พกพาง่าย เป็นลิปสติกโทนสีสุภาพ ที่ใช้ทาได้ทุกโอกาส เหมาะที่จะเป็น Everyday Use ทาได้ทุกวันไม่มีเบื่อ

สีแนะนำ
คัลเลอร์ริช แมท 129
ราคา
349 บาท


แน่นอนว่าสีกันตายของสาวผิวแทนต้องเป็นโทนสีน้ำตาล ขอแนะนำสิปสติก เครื่องสำอาง จาก MAYBELLINE NEW YORK ลิปสติก ซุปเปอร์สเตย์ แมท อิ้งค์ ทีโดดเด่นเรื่องติดทนยาวนาน สีสด ไม่ตกร่อง ไม่ติดMask ถึงแม้จะเป็นลิปสติกเนื้อแมท แต่เนื้อสัมผัสมีความบางเบา ทาง่าย ไม่หนักปาก ทาแล้วเกลี่ยได้ทั่วทั้งปากแบบไม่หนืดเป็นก้อน ด้วยหัวแปรงทรงไดมอนด์ช่วยให้เราทาลิปสติกได้ง่ายเข้าถึงมุมปากได้ดีไม่มีเลอะขอบปาก โดยสี 70 Amazonian เป็นลิปสติกโทนสีน้ำตาลที่ช่วยขับผิวสุดๆ เป็นโทนสีน้ำตาลที่ถูกต้องทาแล้วหน้าไม่ดุ ไม่แก่ เหมาะกับสาวผิวแทนเพราะไม่ทำให้หน้าดูดรอป โดยเฉพาะสาวๆสายฝอใช้แล้วดูผู้ดี ดูดาราโก้สุดๆ

สีแนะนำ
70 Amazonian
ราคา
279 บาท


ปิดท้ายด้วย ลิปสติก เนื้อสัมผัสแบบกำมะหยี่แมท จากแบรนด์ YSL (อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์) อย่าง YSL The Slim Velvet Radical ให้ความรู้สึกหรูหราตั้งแต่ดีไซน์ของแพคเกจสีดำทอง เรียบหรูตามสไตล์ YSL เป็นลิปเนื้อแมทที่ทาแล้วมีความเงาเล่นแสง สีลิปสติกสวยชัด กลบความคล้ำของปากได้มิดแต่บางเบาไม่หนักปาก โดยสี 314 LIMITLESS CINNABAR เป็นโทนสีส้มอิฐค่อนไปทางน้ำตาล สีสวยสะดุดตา ทาง่ายไม่ตกร่อง ช่วยเสริมความมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน ให้ลุคที่ดูสวยสมบูรณ์แบบสุดๆ

สีแนะนำ
314 LIMITLESS CINNABAR
ราคา
1,800 บาท

9
บอกพิกัด ครีมกันแดดที่ไม่ทำให้เครื่องสำอางค์ไหล

ทางนี้เลยค่า สำหรับใครที่กำลังลังเลอยากหาครีมกันแดดที่เข้ากับผิวหน้าตัวเองอยู่บ้างเอ่ย ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยค่า สายเมคอัพ สายบิวตี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องสำอางค์ไหลเยิ้มเลยค่ะเพราะกันแดดเหล่านี้ไม่รบกวนเมคอัพแน่นอน สามารถทาก่อนแต่งหน้าได้ พร้อมปกป้องความสวยได้ตลอดวัน แปะรวมครีมกันแดด 3 แบรนด์ดัง ทั้ง 3 ตัว ที่จะให้สาว ๆ ได้เลือกใช้ บอกเลยค่ะว่าไม่มีผิดหวังแน่นอนเพราะของเขาดีจริง สายบิวตี้คอนเฟิร์ม

กันแดด ตัวแม่ ตัวมัม จาก L’oreal แถบสีชมพู สูตร ยูวีเฟนเดอร์ ไบรท์แอนด์เคลียร์ ตัวนี้มีความพิเศษที่ไม่ได้ปกป้องเพียงแค่แสงแดดเท่านั้นแต่สามารถปกป้อง ป้องกันฝุ่น มลภาวะจาก PM 2.5 ได้ด้วยค่ะ สำหรับสูตรนี้เป็นตัวที่ปกป้องพร้อมกับเผยผิวกระจ่างใส และยังมี ประสิทธิภาพช่วยปกป้อง UV ได้ถึง 98% ภายในเสี้ยวนาที เนื้อสัมผัสบางเบา ให้ความชุ่มชื้นยาวนานถึง 8 ชั่วโมง สวยแบบไม่สะดุดระหว่างวันแน่นอน ตัวนี้ใช้แล้วหน้าไม่หยือไม่หยา ไม่รบกวนเมคอัพเลยค่ะ ตัวนี้แนะนำมาก ๆ อยากให้ทุกคนได้ลอง ใครกำลังตามหาครีมกันแดดสักตัว ตัวนี้ถือว่าเหมาะสำหรับมือใหม่มาก ๆ เลยค่ะ แบรนด์นี้เขาปังอยู่แล้วต้องลองสักครั้งค่าแล้วจะติดใจแน่นอน

ปกป้องผิวด้วยซองเดียวกับ ครีมกันแดด 7-11 จาก Garnier ในสูตร skin naturals Sakura white super UV SPF50+ PA+++ Pink sunscreen กันแดดที่ครบจบในตัวเดียวเหมาะสำหรับสาวหวานเพราะเป็นกันแดดที่ช่วยปรับสีผิวให้อมชมพูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ทาแล้วรับรองว่าผิวไม่ดร็อประหว่างวันอย่างแน่นอน ใรปริมาณจุก ๆ 7ml. กับราคาที่เพียงแค่ 25 บาท เท่านั้น ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากเผยผิวหน้าสบาย ๆ ไม่ใช้เมคอัพ เป็นการลงผิวที่ทั้งปกป้องจากแสงแดดและทำให้หน้าไบรท์ตลอดวัน พกพาง่ายไปกับเราได้ทุกที่เลยค่ะ ไปต่างจังหวัด ต่างประเทศ ไปที่ไหนแค่พกซองนี้ไปด้วยก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์

ที่สุดของ ครีมกันแดดหน้า จาก La Roche-Posay แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องการให้ความสำคัญกับส่วนผสมแบบสุด ๆ ใครแพ้ง่ายไว้ใจแบรนด์นี้ได้เลยค่ะ ของเขาดีจริง ๆ เนื้อดีมากแบบสุด ๆ จึ้งมากจริง ๆค่ะ ทาแล้วซึมเลย ไม่วอก แต่งหน้าต่อไม่มีหยา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่รบกวนเมคอัพ อยากให้ทุกคนได้ลองใช้มาก เพราะถ้าได้ลองแล้วจะติดใจสุด ๆ ทั้งกันน้ำ กันเหงื่อ ใครสายเที่ยวลงน้ำ ลงทะเลก็เอาอยู่ค่ะ ขนาดของขวดพกพาง่ายพาไปได้ด้วยทุกที่เลย ราคาคุ้มค่ามาก คุ้มค่าแก่การลงทุนสุด ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากหากันแดดที่จริงใจสักขวด ต้องลองแล้วค่า


10
อสังหา / ที่สุดของครีมซอง ต้องนึกถึง 7-11
« เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2024, 10:51:11 am »
ที่สุดของครีมซอง ต้องนึกถึง 7-11

สายเที่ยว สายสะดวก เน้นพกพา ต้องนึกถึงนี่เลยค่า ครีมซองเซเว่น เครื่องสำอางค์เซเว่น บอกเลยว่าคุณภาพและปริมาณแบบจุกใจเท่าขนาดจริงแต่สะดวกพกพาง่าย ราคาน่ารัก ใช้ได้หลายครั้งมาก ๆ ค่ะ อีกทั้งเหมาะสำหรับใครที่สายทดลองกำลังตามหาเครื่องสำอางค์และสกินแคร์ที่ใช่ก็ตอบโจทย์สุด ๆพร้อมเติมความสวยระหว่างวันไปกับครีมซองจากเซเว่น อยากสวยเมื่อไหร่ต้องแวะมา 7-11 กันค่า

ทางนี้เลยค่า ไอเท็มเด็ดจากการ์นิเย่ จิ๋วแต่แจ๋วกับปริมาณจุก ๆ มาในรูปแบบ ครีมซองเซเว่นกับสูตร Garnier Bright Complete Vitamin C Serum Cream ตัวนี้เป็นเซรั่มครีมที่สามารถกันแดด SPF30 PA+++ แถมยังมีวิตามินซีและยูซุเลม่อน ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และสามารถลดเลือนจุดด่างดำได้จริงภายใน 3 วันด้วยนะคะ เนื้อสัมผัสเบาบางมาก ๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ราคาเพียงแค่ 15 บาทเท่านั้น ปริมาณคุ้มค่าเกินราคาไปมาก ๆ เลยค่ะ ใช้ก่อนแต่งหน้าไม่มีรบกวนเมคอัพเลยจริง ๆ ดีมากแนะนำทุกคนมากเลยค่ะ สามารถพกพาไปได้ทุกที่ ขึ้นเหนือลงใต้ ไปกับเราได้หมดเลย ใครอยากทดลองใช้สูตรนี้สามารถซื้อแบบซองมาทดลองได้เลยค่า รับรองเลยว่าดีจริง ๆ 

รองพื้นตัวแม่ตัวมัมในรูปแบบรองพื้นเซเว่น จาก เมย์เบลลีน ฟิตมี แมท + พอร์เลส ฟาวเดชั่น รองพื้นเนื้อแมท ตัวนี้บอกเลยค่ะว่าดีมากกกกกก มาพร้อมกับ 3 เฉดสี ใน 1 ซองใช้ได้หลายครั้งมาก ๆ ค่ะ ปริมาณแบบจุกสุด ๆ รองพื้นตัวนี้ด้วยความเป็นเนื้อแมททำให้การปกปิดดีมาก ๆ ผิวดูเป็นธรรมชาติ แถมเนื้อบางเบา และยังคุมมันได้นานถึง 16 ชั่วโมงเลยค่ะ แม้จะแต่งหน้าตั้งแต่เช้าตอนเย็นกลับมาหน้ายังแน่นสวยเหมือนเดิมแน่นอน คอนเฟิร์มเลยค่ะ ที่สำคัญพกพาสะดวกมาก พร้อมสวยเอาอยู่ทุกสถานการณ์ งานปาร์ตี้ดึกแค่ไหนรองพื้นตัวนี้ก็ตอบโจทย์ ใครผิวบอบบางแพ้ง่ายไม่ต้องห่วงเลยค่ะเพราะว่าตัวนี้ไม่ทำให้ระคายเคืองง่ายแน่นอน นอกจากเรื่องความสวยแล้วยังป้องกันแดดได้อีกด้วยค่ะ สามารถป้องกันแสงแดด SPF22 ได้ด้วย

11
เลือกใช้เรตินอลให้เหมาะกับผิว เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดี :-*

ทุกคนคงรู้กันมาบ้างแล้วว่าเรตินอลนั้นเป็นอนุพันธุ์วิตามินเอบริสุทธิ์ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เรตินอลก็นับว่ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมาเป็นตัวช่วยดูแลฟื้นฟูผิวจากปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องริ้วรอยแห่งวัย ผิวที่หมองคล้ำจากการถูกทำร้ายของมลภาวะหรือแสงแดด จุดด่างดำ รอยสิว รวมไปถึงปัญหาสิวต่างๆ ซึ่งเรตินอลนั้นจะช่วยกอบกู้ผิวจากปัญหาเหล่านี้พร้อมช่วยปรับสมดุลของผิวให้มีความยืดหยุ่นและกลับมาแข็งแรง วันนี้จึงอยากแนะนำเรตินอลให้กับสำหรับสาวๆที่มีปัญหาผิวเหล่านี้ ได้เลือกใช้สำหรับดูแลและบำรุงผิวให้มีผิวสวยใสและสุขภาพดีกันค่ะ

ตัวแรกที่อยากแนะนำให้สาวๆได้ลองใช้ คือ เรตินอล เซรั่ม Retinol Skin-Renewing Daily Micro-Dose Serum จาก Kiehl’s เรตินอลที่สามารถหยิบมาใช้ได้ทุกวันแบบไม่ต้องกังวลว่าจะแพ้หรือระคายเคือง เพราะเป็นเซรั่มเรตินอลบริสุทธิ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกหรือผิวหนังเก่าที่เสื่อมโทรมให้ค่อยๆหลุดออกอย่างต่อเนื่องอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวหน้าของเราดูกระจ่างใสขึ้น และยังเหมาะกับสาวๆที่มีปัญหาผิวเป็นสิว เพราะเซรั่มเรตินอลของ Kiehl’s  ขวดนี้ จัดการกับผิวที่เป็นสิวได้ดีมากๆ เนื่องจากสามารถบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยให้รูขุมขนกระชับ หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอและแก้ปัญหารอยดำรอยแดงจากสิว พร้อมบอกลาความหมองคล้ำ เผยผิวใสสุขภาพดี นับว่าแก้ปัญหาผิวได้ครบจบในขวดเดียวเลยค่ะ

วิธีใช้
  • ใช้เรตินอล Skin-Renewing Daily Micro-Dose Serum ในปริมาณ 1 ปั๊ม ทาให้ทั่วใบหน้า โดยหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ก่อนการใช้มอยส์เจอไรเซอร์
  • แนะนำให้ใช้ควบคู่กับมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ถัดมาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่บอกเลยว่าช่วยแก้ปัญหาผิวได้ดีไม่แพ้กัน นั่นคือ เซรั่มลดจุดด่างดำ และรอยสิว Clearly Corrective™ Dark Spot Solution  เซรั่มตัวดังจาก Kiehl’s เช่นเดียวกันโดดเด่นในเรื่องจัดการกับจุดด่างดำ Dark Spot และรอยแดงจากการเป็นสิว ใครที่เป็นสิวแล้วมักทิ้งรอยเอาไว้คอยกวนใจแนะนำให้ใช้เซรั่มตัวนี้เลย เพราะแก้ปัญหาเรื่องจุดด่างดำให้ดูจางลง ปรับผิวหมองคล้ำให้กระจ่างใสและสม่ำเสมอมากขึ้น เผยผิวสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมบำรุงผิวอย่างล้ำลึกกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวนุ่มอิ่มน้ำไม่หยาบกร้าน เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ใช้แล้วต้องหลงรักแน่นอน
วิธีใช้
  • ใช้เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำ Clearly Corrective™ Dark Spot Solution ในตอนเช้าและตอนกลางคืน เพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำและรอยสิว
  • ใช้ทาเฉพาะจุดหรือทาทั่วใบหน้า ก่อนการทามอยเจอร์ไรเซอร์ และครีมบำรุงอื่นๆ แนะนำให้ใช้คู่กับผลิตภัณฑ์กันแดดในช่วงเช้า

ตัวสุดท้าย ขอเอาใจสาวๆที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยกันบ้าง ขอแนะนำเป็น เซรั่มลดริ้วรอย L'Oreal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Serum ของลอรีอัล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อีกตัวที่นับว่าดูแลผิวได้แบบครบวงจรสุดๆ เซรั่มเป็นเนื้อสัมผัสเจลสีใส ไม่มีสีสังเคราะห์ สาวๆที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้ได้อย่างสบายใจ เซรั่มมีความบางเบาทาง่ายไม่รู้สึกหนักผิว ซึมไว บำรุงลึกถึงชั้นผิว พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาว สวยธรรมชาติ และช่วยลดเรือนริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ต่อต้านปัญหาผิวแห่งวัยได้เป็นอย่างดี ผิวดูเรียบเนียนขึ้นและมีความยืดหหยุ่น จึงถูกยกให้เป็นที่สุดของเซรั่มของความอ่อนเยาว์นั่นเองค่ะ

วิธีใช้
  • ใช้เซรั่มลดริ้วรอย L'Oreal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Serum เป็นประจำทุกวันในตอนเช้าและตอนกลางคืน เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทาลงบนผิวหน้าที่ทำความสะอาดแล้ว ก่อนการใช้ครีมบำรุงอื่นๆ

หน้า: [1]
ลงประกาศฟรี ติดอันดับ Google โฆษณาฟรี ประกาศฟรี ขายฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว ลงโฆษณาฟรี google